PlayStation ถือกำเนิดและอยู่คู่กับคอเกมมานานเกินกว่า 20 ปีแล้ว
ย้อนกลับไปในวันที่ 3 ธ.ค. 1994 PlayStation ถูกวางจำหน่ายเป็นครั้งแรก ณ
แผ่นดินเกาะญี่ปุ่น ประเทศอันเปรียบเสมือนเมืองหลวงของเกมคอนโซล
หลังจากนั้นมันได้สร้างประวัติศาสตร์มากมายนับไม่ถ้วน และ ณ ปัจจุบัน แผนก
PlayStation นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ Sony ได้วางจำหน่ายเครื่อง PlayStation ไปแล้ว 4รุ่นหลัก
และยังมีรุ่นรองที่ออกคั่นกลางระหว่างรุ่นหลักอีกด้วย มาไล่ดูการพัฒนาการของ PlayStation ของแต่ละรุ่นกัน
PlayStation วางจำหน่าย : PlayStation รุ่นแรกวางจำหน่ายครั้งแรกในวันที่ 3 ธ.ค. 1994
กลายเป็นเครื่องเล่นเกมคอนโซลเครื่องแรกที่ถูกจำหน่ายไปมากกว่า 100
ล้านเครื่อง และถูกยกให้เป็นหนึ่งใน Generation ที่ 5 ของเกมคอนโซลร่วมกับ Sega
Saturn และ Nintendo 64 ที่ต่างฟาดฟันกันอย่างดุเดือดในช่วงกลางยุค 90 PSone
วางจำหน่าย : จุดเริ่มต้นของการปล่อยรุ่นรองที่มีขนาดเล็กกว่ารุ่นหลักของแบรนด์ PlayStation
โดยวางจำหน่ายเป็นครั้งแรกในวันที่ 7 ก.ค. 2000 ถึงขนาดจะเล็กแต่มันก็ถูกอัพเกรดให้มี user interface ที่ดูดีขึ้น
PlayStation 2
วางจำหน่าย : วางจำหน่ายครั้งแรกที่ญี่ปุ่นในวันที่ 4 มี.ค. 2000
และขึ้นแท่นกลายเป็นเครื่องเกมคอนโซลที่ขายดีมากที่สุดจนถึงปัจจุบัน
โดยมียอดจำหน่ายเกินกว่า 155 ล้านเครื่องในช่วงระยะ 12 ปีติด
พร้อมกับขึ้นแท่นเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องเกมคอนโซลใน Generation ที่ 6 ร่วมกับ
Sega Dreamcast, GameCube ของ Nintendo และ Xbox ของ Microsoft
แต่ก็เอาชนะผู้แข่งได้อย่างขาดลอยด้วยการปล่อยเกมออกมามากมายกว่า 2,000 เกม
PlayStation 2 Slimline
วางจำหน่าย : ถัดมาอีกเกือบ 4 ปีหลังจาก PlayStation 2, ในเดือน ก.ย. ปี
2004 Sony ก็วางจำหน่าย PlayStation 2 Slimline –
รุ่นรองที่มีขนาดเล็กกว่ารุ่นหลักออกมาเป็นตัวที่สอง ไม่เพียงระบบที่เล็กกว่าเท่านั้น
แต่มันยังเงียบกว่าและมาพร้อมกับพอร์ต Ethernet อีกด้วย
PlayStation 3
วางจำหน่าย : วางจำหน่ายครั้งแรกที่ญี่ปุ่นในวันที่ 11 พ.ย. 2006
และอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมาก็ลัดฟ้าไปวางจำหน่ายในโซนอเมริกาเหนือ
โดยมียอดจำหน่ายทั่วโลกมากกว่า 80 ล้านเครื่อง คู่แข่งสำคัญของ PlayStation 3 คือ
Xbox 360 และ Nintendo Wii ด้วยราคา 599.99 USD ถือว่าแพงไปหน่อย
แต่มันก็เป็นเครื่องเล่นเกมเครื่องแรกที่สามารถเล่นแผ่นบลูเรย์ได้
หากมองในจุดนี้ถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับเครื่องเล่นบลูเรย์ในยุคนั้น
PlayStation 3 Slim
วางจำหน่าย : Sony ปล่อย PlayStation 3 Slim ในเดือน ก.ย. 2009
นอกจากัจะเป็นเครื่อง PlayStation ขนาดเล็กและบางเบาตัวที่สามแล้ว
แต่มันยังประหยัดพลังงานมากขึ้นแถมยังทำงานเงียบกว่ารุ่นที่ผ่านมาอีกด้วย
พร้อมกับถอดสวิตช์ด้านหลังออกไป และยังมาพร้อมกับโลโก้ PS3 แบบใหม่
PlayStation 3 Super Slim
วางจำหน่าย : PlayStation 3 super slim วางจำหน่ายในเดือน ก.ย. 2012
ถือเป็นครั้งแรกที่ Sony ได้ทำรุ่นรองและปรับดีไซน์จากรุ่นหลักถึง 2 ครั้ง
โดยในรุ่นนี้ Sony ได้ถอดถาดใส่แผ่นซีดีบริเวณด้านหน้าออก
แล้วเปลี่ยนให้มาใส่ซีดีด้านบนเครื่องแทน นอกจากจะบางกว่ารุ่นที่ผ่านๆ มาแล้ว
มันยังมีน้ำหนักเพียงแค่ 2 กก.เท่านั้น
PlayStation 4
วางจำหน่าย : Sony วางจำหน่าย PlayStation 4 ในโซนอเมริกาเหนือ วันที่ 15
พ.ย. 2013 ทำสถิติมียอดจำหน่ายถึง 1 ล้านเครื่องภายในวันแรก
กลายเป็นเครื่องเกมคอนโซลที่ขายได้เร็วที่สุดในช่วงระยะเวลา 24 ชม.
และเป็นครั้งแรกที่ Sony ปล่อยเครื่องเกมที่มาพร้อมกับเซ็ต CPU x86
ซึ่งเป็นโปรเซสเซอร์เดียวกับที่เครื่อง PC สำหรับเล่นเกมใช้ นอกจากนี้ PlayStation 4
ยังนำเสนอความสามารถในการอัพโหลดและแชร์วีดีโอเกมเพลย์ได้ด้วย
โดยมีปุ่มแชร์ถูกเพิ่มเข้าไปในจอย DualShock 4
รวมถึงในปีนี้ยังเตรียมสนับสนุนอุปกรณ์ PlayStation VR อีกด้วย
ส่วนคู่แข่งสำหคัญของ PlayStation 4 คือ Nintendo Wii U, Microsoft Xbox One
PlayStation 4 Slim
กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติไปแล้วสำหรับการปล่อยเครื่องที่มีขนาดเล็กกว่ารุ่นหลัก
ของ Sony และก็เป็นไปตามคาดนั่นก็คือ PlayStation 4 Slim
โมเดลมาตรฐานใหม่ของเครื่อง PlayStation 4
โดยมีการปรับปรุงสถาปัตยกรรมภายในตัวเครื่อง, ลดขนาดเครื่องลงกว่า 30%,
น้ำหนักลดลงกว่า 25% และประหยัดพลังงานลงกว่า 34%
เมื่อเทียบกับเครื่องโมเดลแรก CUH-1000 series และน้ำหนักลดลงกว่า 16%
และประหยัดพลังงานลงกว่า 28% เมื่อเทียบกับโมเดลปัจจุบัน CUH-1200 series
PlayStation 4 Pro
วางจำหน่าย : PlayStation 4 Pro มีแผนวางจำหน่ายในวันที่ 10 พ.ย. 2016
ราคา $399(ประมาณ 14,000 บาท) โดย PlayStation 4 Pro นี้รองรับภาพระดับ 4K,
อัพเกรด CPU และ GPU ด้วยสถาปัตยกรรมใหม่ ผู้เล่นสามารถเชื่อมต่อกับทีวี 4K TVs
เพื่อคุณภาพของภาพที่สูงขึ้นกว่าเดิมในระดับ 4K resolution และ Frame rateที่เร็วกว่าเดิม
นอกจากนี้ยังรองรับการเล่นวีดีโอสตรีมมิง 4K(ไม่รองรับแผ่น Blu-ray), Netflix, YouTube
ที่มีภาพ 4K และรองรับ HDTV ที่ความละเอียด 1080p resolution

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *